มะพร้าว

ต้องบอกเลยว่าการทานอาหารให้ครบสามมื้อและครบสารอาหารห้าหมู่เป็นที่แน่นอนว่าก็จะมีทำให้คุณมีสุขภาพทีดีได้อย่างแน่นอน สารอาหารในหมู่ที่ 4 อย่างวิตามินที่อยู่ในผลไม้บอกเลยว่ามีประโยชน์ไม่แพ้หมู่อื่นๆเลยก็ว่าได้ วันนี้เราขอนำเสนอกับผลไม้หนึ่งชนิดที่สามารถหาทานได้ง่าย และมีรสชาติที่กลมกล่อมพร้อมด้วยสารอาหารที่มากมายอย่าง มะพร้าว แน่นอนว่าเราจะพบเห็นได้อย่างชัดเจนและเป็นผลไม้ที่ทุกคนนิยมปลูกกัน เรื่องราวของคุณสมบัติเด่นๆของผลไม้อย่างมะพร้าว สามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์ได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะทำเมนูไหนๆ เมนูคาวก็อร่อย เมนูของหวานก็หวานแบบธรรมชาติของมะพร้าว และประโยชน์ของผลไม้ชนิดนี้ทำให้เรามีสุขภาพที่สดใสและแข็งแรงขึ้นเป็นอย่างมาก จริงแล้วใครที่ชอบทานน้ำมะพร้าวแล้วละก็บอกเลยว่าต้องทานสดเลยเพราะทำให้มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแน่นอนและสูงสุดอีกด้วย ไม่ควรที่เก็บไว้หรือนำไปแช่ตู้เย็น แต่ที่สำคัญทานแล้วก็ต้องระมัดระวังเรื่องของสารฟอกขาวไว้ด้วย คนที่เป็นเบาหวานและโรคไตก็หลีกเลี่ยงเลยกับการดื่มน้ำมะพร้าว สรรพคุณของมะพร้าวที่ชัดเจนที่สุดเลย เรื่องของผิวพรรณ ใครที่รับประทานเป็นประจำก็มีความสดใสในผิว เปล่งปลั้ง ขาวอย่างเป็นธรรมชาติ ยังสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน มีผิวที่มีความยืดหยุ่น ชะลอริ้วรอยอีกด้วย ช่วยบำรุงร่างกาย ช่วยล้างพิษ มะพร้าวก็ยังเหมาะสมสำหรับนักกีฬา เพราะเป็นเกลือแร่ที่เป็นธรรมชาติ ที่มีสารอาหารอย่างโพแทสเซียม และประโยชน์อีกมากมายของผลไม้ที่มีคุณค่าอย่าง มะพร้าว ที่สามารถหาซื้อทานได้ง่าย ราคาถูกอีกด้วย

{ Comments are closed }

ประโยชน์ของทุเรียน

ผลการวิจัยที่ผ่านมาในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง พบว่ากรดไขมันทั้งที่เป็นแบบกรดไขมันอิ่มตัว และกรดไขมันไม่อิ่มตัว  เบต้าแคโรทีนและวิตามินอี  โปแตสเซียม สารประกอบกำมะถัน ซึ่งทำให้ทุเรียนมีกลิ่นเฉพาะตัว เมล็ดทุเรียน ประกอบด้วย น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว กรดไขมัน และกรดอมิโนที่จำเป็นสำหรับร่างกาย แต่การบริโภคเมล็ดทุเรียนควรทำให้สุกเสียก่อน  ทุเรียนมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ   ทุเรียนมีฤทธิ์ต้านการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง  เปลือกทุเรียนมีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนสูง จึงมีการพัฒนาเป็นแผ่นแปะผิวหนังทดสอบในหนังหมู พบว่า มีคุณสมบัติในการต้านแบคทีเรียและทำให้แผลหายเร็วขึ้น ทุเรียนมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์อัลดีไฮด์ดีไฮโดรจีเนส จึงไม่ควรรับประทานทุเรียนร่วมกับแอลกอฮอล์ เพราะจะส่งผลให้มีสารอัลดีไฮด์สะสมในร่างกาย ทำให้เกิดอาการหน้าแดง ชา วิงเวียน และ อาเจียน  ผลการวิจัยในกลุ่มตัวอย่างเพศชายที่มีสุขภาพดี โดยให้บริโภคเนื้อทุเรียน 250 กรัม หรือ 500 กรัม พบว่า การกินทุเรียนไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจ   แต่คนที่มีโรคประจำตัว เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดหัวใจตีบ ต้องจำกัดการบริโภคทุเรียน เพราะทุเรียนมีคาร์โบไฮเดรทสูง รวมทั้งผู้ป่วยโรคไต เนื่องจากทุเรียนเป็นผลไม้มีโพแทสเซียมสูง ผู้ป่วยโรคไตจะไม่สามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกินได้เท่าคนปกติ จะส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้  กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงได้เตือนให้ระวังการกินทุเรียน ในกลุ่มผู้ป่วยโรคไต เบาหวาน ความดันโลหิตสูงและหลอดเลือดหัวใจตีบ แนะนำให้กินแต่พอดี โดยกินไม่เกิน 1 เม็ดเล็กต่อวัน และไม่ควรกินทุเรียนพร้อมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

{ Comments are closed }

สรรพคุณมะยม

รากรสจืดเป็นยาแก้โรคผิวหนัง เม็ดผดผื่นคัน ช่วยขับน้ำเหลือง ดับพิษเสมหะโลหิต ประดง ทาแก้คัน สูดไอร้อนแก้ไอ แก้หืดหอบ แก้ปวดศีรษะ น้ำยางเปลือกรากมีพิษเล็กน้อย ถ้ากินเข้าไปจะมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ปวดศีรษะและง่วงซึมเปลือกต้น รสจืด แก้ไข้ทับระดู หรือแก้ไข้เพื่อโลหิต แก้ผดผื่นคัน

ใบรสจืดมัน เป็นยาแก้ไอ บำรุงประสาท ขับเสมหะ แก้พิษไข้อีสุกอีใส ปรุงเป็นส่วนประกอบของยาเขียวรับประทานดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ไข้ตัวร้อน ไข้หัวต่าง ๆ แก้โรคหัดเหือด ต้มรวมกับใบหมากผู้หมากเมีย ใบมะเฟือง อาบแก้ผื่นคัน พิษไข้หัว เหือด หัด สุกใส ดำแดง และฝีดาษ น้ำต้มใบดื่มพร้อมผลเป็นยาขับเหงื่อ

ดอก รสเปรี้ยวฝาด ใช้ล้างและชำระฝ้านัยน์ตา แก้โรคในตาได้ดี

ผลรสเปรี้ยวสุขุม กัดเสมหะ แก้ไอ บำรุงโลหิต และระบายท้อง โขลกรวมกับพริกไทยเป็นยาพอกแก้ปวดกล้ามเนื้อ และปวดหลัง น้ำต้มใบดื่มพร้อมกับผล เป็นยาขับเหงื่อ ผลรับประทานได้ทั้งดิบและสุก มีรสเปรี้ยว มีฤทธิ์เป็นกรด ใช้ทำแยมหรือเชื่อมก็ได้ เป็นยาฝาดสมาน แก้หลอดลมอักเสบ และขับปัสสาวะ

กาฝากมะยม ใช้ต้มเอาน้ำดื่มช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ มีวิตามินซี ใช้เป็นยาลดบุหรี่ เลิกบุหรี่

วิธีและปริมาณที่ใช้

แก้ไข้ทับระดู หรือแก้ไข้เพื่อโลหิต โดยใช้เปลือกต้นสด 1 ฝ่ามือ หรือประมาณ 30-50 กรัม นำมาสับเป็นชิ้น ต้มในน้ำ 1 ลิตร เคี่ยวให้เหลือครึ่งหนึ่ง กรองเอาน้ำดื่ม เช้า-เย็น

แก้ไอ ปวดศีรษะ โรคผิวหนัง เม็ดผดผื่นคัน โดยใช้รากสดประมาณ 1 กำมือ หรือ 50 กรัม ล้างให้สะอาดต้มในน้ำ 1 ลิตร กรองเอาน้ำดื่มเป็นประจำ

ชำระล้างและชำระฝ้านัยน์ตา โดยใช้ดอกสดนำมาต้มแล้วกรองเอาน้ำมาชำระล้าง

{ Comments are closed }

คามู คามู ประโยชน์จากธรรมชาติ

คามู คามูผลไม้ที่รู้จักกันดีว่าให้วิตามินซีสูง ซึ่งพบว่ามีวิตามินซี 1,357 มิลลิกรัมต่อเนื้อผลสด 100 กรัม แสดงว่าคามูคามูให้วิตามินซีสูงกว่าอะเซโรล่า เชอร์รี่ อีกด้วย  และยังมีการศึกษาประโยชน์ด้านสุขภาพพบว่า ผลคามูคามู มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ และต้านการอักเสบ สรุปได้ว่าการทานคามู คามู นอกเหนือจากได้รับวิตามินซีแล้ว ยังให้สารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ เช่น แอนโธไซยานิน แคโรทีนอยด์ ที่ให้ประโยชน์ด้านสุขภาพ ในผลสดให้สารแอนโธไซยานินถึง 54 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม และโพแทสเซียมในคามู คามูยังช่วยในการดูดซึมวิตามินซีให้ดีขึ้นอีกด้วยนอกจากนี้ ยังมีผลไม้อื่นๆ ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็น พรุนเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ให้ประโยชน์อย่างมากในการดูแลสุขภาพ เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ สารโพลีฟีนอล โพแทสเซียมเหล็ก แมกนีเซียม และใยอาหาร มีสารฟีนอลซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่มีฤทธิ์ช่วยลดอนุมูลอิสระ ชะลอวัยเสื่อมก่อนเวลาอันควร นอกจากนี้ยังช่วยบำบัดอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และยังพบว่าผลไม้คามูคามูช่วยส่งเสริมและป้องกันสุขภาพของดวงตาจากความผิดปกติต่างๆ และช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้นใครอยากมีสุขภาพดีและผิวพรรณอ่อนเยาว์ก็ต้องลองหามารับประทานดูถึงแม้ว่า คามูคามู จะเป็นผลไม้ต่างประเทศแต่ตอนนี้ประเทศไทยสามารถหาซื้อรับประทานได้ง่ายๆในตลาดแถวบ้านหรือถ้าจะให้ชัวร์ก็ต้องเป็นร้านของสดผักสดในห้าง

{ Comments are closed }

คามู คามูผลไม้ต้านอนุมูลอิสระ

ศัตรูของสุขภาพและผิวพรรณ มาจากสารอนุมูลอิสระ ที่ร่างกายนั้นได้ผลิตขึ้นเองในแต่ละวัน รวมถึงมลพิษต่างๆ และสิ่งแวดล้อมด้วย เช่น ฝุ่นผงละอองอากาศ ควันบุหรี่ ควันรถ ยูวีจากแสงแดด จากอารมณ์ความเครียด โดยทั่วไปร่างกายของเราสามารถกำจัดสารอนุมูลอิสระเหล่านี้ได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น จึงต้องอาศัยตัวช่วยจากอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากธรรมชาติ เช่น วิตามินซี วิตามินอี เบต้า-แคโรทีน และซีลีเนียม ช่วยป้องกันเซลล์จากการถูกอนุมูลอิสระทำลายและนำไปสู่ความเสื่อมก่อนวัย เช่น ริ้วรอยเหี่ยวย่นของผิว โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งโรง มะเร็งบางชนิด เป็นต้น ซึ่งผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงอันดับต้นๆได้แก่ พรุน บลูเบอร์รี่ และคามูคามู ปัจจุบัน คามูคามู ได้รับการพูดถึงมาก เพราะได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดผลไม้ที่มีผลการวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าเป็นแหล่งของวิตาซีสูงสุดในบรรดาผลไม้ทั้งหมด มีแหล่งกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ ผลสุกมีสีม่วงแดงเข้มรสเปรี้ยว นักวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทั่วโลกได้ให้ความสนใจกับผลไม้คามูคามู เนื่องจากพบว่า คามูคามู ให้กรดอะมิโน วิตามิน และเกลือแร่ที่จำเป็น เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส และมีสารในกลุ่มโพลีฟีนอล และแคโรทีนอยด์ จำพวก ลูทีน ซีแซนทีน และเบต้า-แคโรทีนสูงผลการวิจัยพบว่า ผลไม้อย่างคามูคามูให้วิตามินซีสูงถึง 2,400-3,000 มิลลิกรัมต่อเนื้อผลสด 100 กรัม ซึ่งมากกว่าปริมาณของวิตามินซีในส้มถึงประมาณ 60 เท่า เมื่อเทียบกับมะนาวก็พบว่ามีปริมาณวิตามินซีมากกว่าในมะนาวถึงประมาณ 58 เท่า และเมื่อเทียบกับอะเซโรล่า เชอร์รี่

{ Comments are closed }

ผลไม้บำรุงผิวผ่องใส

   หลายๆ คนก็คงได้ยินกันแล้วนะครับว่า ถ้าอยากมีผิวพรรณที่สวยนั้น ก็ต้องกินวิตามินซีเยอะๆ เพราะในวิตามินซีก็จะช่วยให้เรานั้นมีผิวพรรณที่สวยนั่นเอง โดยเป็นสิ่งที่ในร่างกายของมนุษย์นั้นไม่สามารถที่จะสร้างได้เองได้ จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องหารับประทานกินกันเอง โดยจะผลิตสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งจะป้องกันร่ายกายจากอนุมูลอิสระที่เกิดจากมลพิษในรอบๆ ตัวเรา

โดยวิตามินซีนั้นก็จะพบได้มากในผลไม้ที่มีรสชาติอมเปรี้ยวอมหวานอาทิเช่น ส้ม ซึ่งในส้มนั้นก็จะอุดมไปด้วยเส้นใยธรรมชาติ มีวิตามินซี มีเกลือแร่ และคอลลาเจนสูงทำให้ผิวพรรณนั้นมีความยืดหยุ่น มีน้ำมีนวล ชุมชื้นเป็นอย่างมาก สับปะรด ก็จะอุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ โดยจะมีวิตามินซี เบต้าแคโรทีน และแมงกานีส มีหน้าที่ป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระที่ทำลายโครงสร้างของเซลล์ผิวหนัง ถ้าหากกินบ่อยๆ ก็จะทำให้ภูมคุ้มกันของร่างกายนั้นดีขึ้นอีกด้วย แตงโม มีวิตามินและธาตุเหล็กอยู่หลายชนิด ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยงาม ล้างไตให้สะอาดและยังมีหน้าที่คอยขับของเสียออกมาทางปัสสาวะอีกด้วย  มะพร้าวถือเป็นพระเอกเลยนะครับ ถ้ากินบ่อยๆ แล้วนั้น ก็จะทำให้ผิวพรรณนั้นดูเปล่งปลั้งน่าสัมผัส เพราะในน้ำมะพร้าวนั้นก็มีเอสโตรเจน ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวมีความกระชับและลดริ้วรอยได้ องุ่น ก็จะเป็นผลไม้ที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดในเรื่องริ้วรอย ผิวหมองคล้ำ และทำให้ผิวพรรณกระชับน่าสัมผัส ซึ่งผลไม้ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นถ้ากินได้บ่อยๆ ก็จะส่งผลให้ร่างกายของเราดีขึ้นไปอีกด้วยนั่นเอง

{ Comments are closed }

ผลไม้กินแล้วผิวขาวใสปิ๊ง

   ผิวที่ขาวใสเปล่งปลั่งใครๆ ก็อยากที่จะมีกันทั้งนั้น ยิ่งสาวๆ หลายๆ คนก็ไปเข้าครอสที่บำรุงผิวกายกันเป็นจำนวนมากแต่สิ่งดีๆ ที่อยู่รอบๆ ร่างกายของเรานั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามไปนะครับ โดยในวันนี้เราจะมาพูดถึง ผลไม้ที่กินแล้วจะทำให้ผิวขาวนั้นใสปิ๊งดูเป็นธรรมชาติ

ผลไม้ที่จะช่วยให้เรากินแล้วมีผิวที่ขาวและใสปิ๊งนั้น ถ้าใครอยากสวยแบบธรรมชาติก็ต้องกินตามนี้กันให้ได้นะครับ อันดับแรก น้ำมะพร้ว ถือเป็นอีกหนึ่งอาหารที่กินแล้วมีคุณค่าทางอาหารเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งในน้ำมะพร้าวนั้นก็จะมีโอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยเติมเต็มความสาวให้มีความสมบูรณ์อย่างเต็มรูปแบบได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถ้าหากสาวๆ ได้กินน้ำมะพร้าวเป็นประจำนั้นก็จะทำให้มีผิวพรรณที่สวยงาม มีน้ำมีนวล แถมยังขาวได้อีกด้วยนะครับ ถ้าใครไม่อยากแกหรือมีริ้วรอย น้ำมะพร้าวก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม ส่วนทับทิมนั้น ก็เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นสุดยอดผลไม้ที่ทำให้ผิวสวยดูอ่อนกว่าวัย ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระนั้นก็จะช่วยในการชะลอความแก่และความเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ทำให้ไม่มีริ้วรอยเกิดขึ้นบนใบหน้านั่นเอง แถมยังช่วยให้ผิวพรรณนั้นดูขาวและใสนั่นเอง  มะเขือเทศ เป็นแหล่งของไลโคปีนที่สูงมาก โดยจะช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้สวยใสปละเปล่งปลั่ง และยับยั้งการเกิดสิวได้อีกด้วย ฝรั่งนอกจากกินแล้วจะช่วยลดน้ำหนัก ก็ยังมีวิตามินที่สูง โดยจะสร้างคอลลาเจนและอลาสตินในผิว ทำให้เซลล์ผิวนั้นมีความแข็งแรง สุขภาพดี และสุดท้าย มะละกอ โดยในมะละกอนั้นก็จะมีวิตามินสะสมอยู่มากมายหลากหลายชนิด โดยจะมีสารต้านอนุมูลอิสระยับยั้งการเกิดริ้วรอยและมีส่วนกระตุ้นในการขับถ่ายอีกด้วย

{ Comments are closed }

อาหารบำรุงเลือดป้องกันโลหิตจาง

   หากใครทีประสบกับภาวะโลหิตจาง หรืออยากจะบำรุงเลือดของตัวเองให้ดีที่สุดนั้น ก็ลองหาอาหารที่สามารถกินแล้วบำรุงเลือดกันดีกว่านะครับ ซึ่งอาหารนั้นก็จะเป็นสิ่งที่เราหากินได้ง่ายๆ และอาจจะกินมาแล้วบ่อยๆ อีกด้วย โดยอาหารส่วนใหญ่ที่บำรุงเลือดนั้นก็จะเป็นพวก ธาตุเหล็กและโปรตีน ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่านะครับว่าอาหารชนิดไหนที่จะมีอุดมไปด้วยโปรตีนและธาตุเหล็กนั่นเอง

อาหารบำรุงเลือดนั้นก็สามารถที่จะเลือกกินได้หลากหลายเลยนะครับ ซึ่งก็จะมีอยู่ 8 กลุ่มที่ควรต้องทานกันอย่างเป็นประจำโดยกลุ่มที่ 1 นั้นก็จะเป็นพวก เลือด ตับ และเนื้อสัตว์ต่างๆ เพราะจะอุดมไปด้วยธาตุเหล็กที่มีความจำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างมาก กลุ่มที่ 2 ก็จะเป็นพวก ธัญพืช แป้ง ไข่ ผักใบเขียวเข้ม แต่อาหารพวกนี้นั้นก็ควรที่จะกินควบคู่กับวิตามินซี เพราะการดูดซึมของอาหารกลุ่มนี้นั้นก็ทำได้ยาก กลุ่มที่ 3 อาหารทะเล ปลา เป็ด ไก่ ม้าม และไข่แดง อาหารกลุ่มนี้นั้นร่างกายสามารถที่จะดูดซึมสารอาหารได้เป็นอย่างดี ถ้ายิ่งได้กินคู่กับส้มนะครับก็จะช่วยในการดูดดซึมที่ดีขึ้น กลุ่มที่ 4 ซีเรียล ข้าวโอ๊ต ถั่วแดง ถั่วดำ อัลมอนต์ จมูกข้าวสาลี มีธาตุเหล็กที่สูงมาก กลุ่มที่ 5 ข้าวเสริมธาตุเหล็ก ข้าวหอมนิล ข้าวสายพันธุ์ 313 จัดเป็นอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงอยู่เช่นกันนะครับ ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยชื่นชอบเนื้อสัตว์สักเท่าไร กลุ่มที่ 6 ฟังทอง แครอท มะเขือเทศ มีธาตุเหล็กอยู่มากแต่ร่างกายสามารถที่จะนำไปใช้ได้น้อย กลุ่มที่ 7 พริก กระเทียม ขมิ้น ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดี ลดความดันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และกลุ่มที่ 8 น้ำว่านหางจระเข้ ช่วยกระตุ้นร่างกายให้ผลิตเลือด ทำให้ไหลเวียนได้คล่องตัวนั่นเอง

{ Comments are closed }

ผลไม้บำรุงน้องชาย

   สมรรถภาพทางเพศของผู้ชายนั้นก็คงจะปฎิเสธกันไม่ได้นะครับว่ามันสำคัญมากขนาดไหน หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่มีอาการนกเขาไม่ทำงาน และอีกหลายๆ ปัญหาทางเรื่องเพศ ซึ่งการรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์นั้นก็จะช่วยให้อวัยเพศของคุณนั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง โดยในวันนี้เราจะหยิบผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อน้องชายของคุณมาแนะนำกันนะครับและหวังว่าจะเป็นประโยชน์มากที่สุด

อีกหนึ่งผลไม้ที่หากินได้ง่ายในประเทศไทยนั่นก็คือ แตงโม ยิ่งกินหน้าร้อนนั้นก็จะทำให้ร่างกายของเราสดชื่นเป็นอย่างมากเนื่องจากแตงโมนั้นเป็นผลไม้ที่มีน้ำอยู่มาก มีรสชาติที่หวานและอร่อย อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากนั่นเอง โดยในแตงโมนั้นก็มีสารอาหารเช่น ฟอสฟอรัส, แคลเซียม, ธาตุเหล็ก, โพแทสเซียม, วิตามินเอ แถมแตงโมนั้นก็ยังเป็นผลไม้ที่ได้รับการยกย่องจากทางการแพทย์อีด้วยว่า เป็นผลไม้ที่เหมือนกับยาไวอะกร้า เพราะในแตงโมนั้นยก็มีกรดอะมิโนที่มีชื่อว่า Citruline amino acid ซึ่งเป็นการค้นพบครั้งแรกในผลไม้แตงโม โดยจะช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดทำงานได้ดีแล้วนั้น ก็ยังจะช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามนั้นการเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ก็จะทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงอีกด้วย ไม่ใช่เพียงแค่แตงโมเท่านั้นผลไม้อื่นๆ ก็มีประโยชน์อีกมากเช่นกัน ขึ้นอยู่กับโอกาสมากกว่าว่าเราจะสามารถเลือกกินอะไรได้นั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นถ้าเห็นข้อดูของแตงโมแล้วนั้นก็อย่าลืมซื้อติดตู้แช่เย็นเอาไว้กินด้วยนะครับ

{ Comments are closed }

น้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ

  น้ำผลไม้ คือ ของเหลวที่อยู่ในเนื้อเยื้อของผลไม้ตามธรรมชาติ น้ำผลไม้นั้นก็จะได้มาจากการที่นำผลไม้ไปคั้นหรือปั่นผลไม้เหล่านั้นโดยที่ไม่ผ่านความร้อนหรือตัวทำลาย ซึ่งน้ำผลไม้สำเร็จรูปที่วางขายอยู่ตามท้องตลาดนั้นส่วนใหญ่ก็จะผ่านความร้อนมาทั้งนั้นแถมยังมีส่วนผสมของน้ำตาลที่สูงเป็นอย่างมากอีกด้วย ซึ่งการกินน้ำผลไม้ที่ดีที่สุดนั้นก็คือการเลือกกินผลไม้สดๆ จะได้คุณประโยชน์ที่ดีกว่านั่นเอง

น้ำผลไม้ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยนะครับ โดยจะขายอยู่ในรูปแบบคั้นสดหรือบรรจุใส่ขวด แต่ถ้าเป็นแบบกล่องความเข้มข้นของน้ำผลไม้จริงๆ นั้นก็แทบจะไม่มีอยู่เลยนะครับเนื่องจากต้องผ่านการปรุงแต่งรสชาติต่างๆ จนทำให้เป็นน้ำผลไม้ที่มีแต่น้ำตาลมากนั่นเอง ก็อย่างที่บอกไปนะครับว่าการกินน้ำผลไม้ที่ดีที่สุดนั้นก็ควรที่จะเลือกกินแบบสดๆ โดยการนำไปปั่นกับน้ำแข็งอาจจะใช้น้ำเชื่อมลงไปเล็กน้อย เพียงเท่านี้ก็จะได้น้ำผลไม้ที่อร่อยแถมยังมีประโยชน์อีกด้วยนั่นเอง นอกจากนี้ผลไม้หลายๆ ชนิดก็ยังนำแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ปั่นได้อีกด้วย โดยเฉพาะ กล้วย ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่มีรสชาติอร่อยมาก ยิ่งเอามาปั่นใส่กับนมสดก็จะทำให้กลายเป็นกล้วยหอมนมสดเมื่อได้กินแล้วก็จะทำให้ร่างกายนั้นสดชื่นมีชีวิตชีวา และประโยชน์ของกล้วยนั้นก็มีคุณค่าทางอาหารอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามินเอ ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ซึ่งแล้วแต่เป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ช่วยที่จะสร้างกล้ามเนื้อและระบบประสาท ช่วยควบคุมความดันโลหิตให้มีความปกตินั่นเอง

{ Comments are closed }